การเล่นตลกให้ได้ผล

posted on 31 Mar 2011 10:58 by dj-darkburn
หน้าที่ต่างๆที่ต้องมี
1. คนดำเนินเรื่อง บางคณะตลกจะใช้เป็นหัวหน้าคณะ แต่ก็ไม่จำเป็น คณะที่ใช้หัวหน้าเป็นตัวดำเนินเรื่อง ส่วนใหญ่จะมีเรื่องราวที่ไม่ต่างกันนัก ถ้าเป็นตลกที่มีการนัดมุขกันมาก่อน แต่ถ้าไม่ใช่ เรื่องในการดำเนินเรื่องจะขึ้นอยู่กับหัวหน้าคณะอย่างเดียว ซึ่งก็อาจทำให้ลูกน้องในคณะอาจจะไม่ได้ใช้ความสามารถเท่าไหร่
หน้าที่นี้ จะเป็นคนคอยดำเนินเรื่องทั้งหมดให้เป็นไปจนจบ ถ้าเป็นมุขชุด ก็จะเป็นคนบรรยาย จะไม่แสดงเอง ถ้าเป็นตลกที่เล่นสด ตำแหน่งนี้จะต้องใช้ความสามารถมาก เพื่อให้การแสดงดำเนินไปอย่างไม่มีติดขัด
2. ตัวส่งมุข ถ้าตำแหน่งนี้ไม่ได้เป็นหัวหน้าคณะ ก็จะต้องเป็นรองหัวหน้า ซึ่งจะมีความสามารถในการเล่นตลกมาก เป็นพวกที่มีมุขเยอะ แม้ว่าจะไม่สามารถเล่นให้มุขแต่ละมุขเชื่อมต่อกันได้ ก็จำเป็นต้องอาศัยตัวดำเนินเรื่องให้พาไป จะเรียกว่าตำแหน่งนี้เป็นพระเอกของการแสดงตลกก็ได้ แต่ผู้กำกับซึ่งคือตัวดำเนินเรื่องจะต้องจุดประเด็นเพื่อให้ตัวส่งมุขปล่อยมุข
3. ตัวตบมุข จะต้องเป็นคอยรับมุขที่ตัวส่งส่งมา จริงๆแล้วตัวนี้ จะต้องรู้มุขทั้งหมดที่ตัวส่งมา เพื่อที่จะต้องถามกลับ ซึ่งเป็นคำถามเพื่อให้ตัวส่งมุขตอบเพื่อให้มุขครบองค์ประกอบ นอกจากการถามกลับแล้ว อาจจะเป็นตัวตอบ ซึ่งเป็นคำตอบแบบธรรมดา เพื่อให้คนฟังคิดตามในทางปกติ พอมีการเฉลยออกมาจะได้จบมุขได้ดี
4. ตัวช๊อต คนที่เพิ่งเริ่มเล่นตลก อาจจะมาทำในตำแหน่งนี้ ซึ่งอาจจะยังจับจังหวะของคณะได้ไม่ดีพอ จึงเป็นตัวคอยเสริมมุขที่อาจจะจบไปแล้ว ให้ดูตลกมากขึ้น
5. ตัวประคอง เป็นเหมือนตัวชอต แต่หน้าที่ เหมือนเป็นตัวที่คอยช่วยให้เกิดมุขได้ หรือช่วยให้จบมุขได้ โดยส่วนใหญ่จะเป็นตัวที่ต้องเล่นเป็นตัวเจ็บตัว มีหน้าตาแปลกๆ เพื่อให้เกิดเป็นมุขได้ โดยที่ผู้แสดงไม่จำเป็นต้องปล่อยมุขเอง แต่อาจจะมีหน้าที่ตอบ ช๊อตบ้าง
6. ตัวแก้ บางครั้งการเล่นตลกอาจจะดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื้อง ซึ่งจากปกติที่จะต้องจบที่ตัวรับมุขเล่นจบ แล้วขำ อาจจะไม่ได้ผล หรือหัวหน้าต้องการต่อมุขออกอาจจะเล่นโดยการ งง หรือทำให้มุขยาวขึ้น ซึ่งอาจจะจะทำให้มุขจบไม่ลงได้หากขาดตัวแก้ที่จะเข้ามาพูดเคลียร์ให้ บางครั้งตัวแก้อาจจะมีหน้าที่แก้ เพื่อบอกคนดูว่ามุขนี้จบไปแล้วกำลังจะต่อมุขต่อไปได้ แต่การต่อมุขต่อไป จะเป็นหน้าที่ของตัวอื่น

หน้าที่สำคัญของหัวหน้าคณะ
คนที่เป็นหัวหน้า จะต้องรับผิดชอบมุขทั้งหมดที่จะดำเนินไป บางครั้งเราจะเห็นว่าหัวหน้าคณะ จะบ่น หรือต่อว่า ทั้งนี้เป็นการแสดงความรับผิดชอบทั้งนั้น การเกิดมุขได้นั้น แม้จะเป็นคณะที่ไม่ได้นัดกันเวลาเล่น แต่คนเล่นจะต้องรู้มุขนั้นอยู่แล้ว และอาจจะสลับตำแหน่งในการเล่นได้ เพื่อให้มุขนั้นจบ คนที่เป็นหัวหน้า อาจจะต้องคอยส่งสัญญาณให้ผู้เล่นรู้ว่า ตอนนี้เป็นมุขอะไร เช่น เมื่อตัวส่งมุขปล่อยมุข จะต้องมีตัวตบ ก็อาจจะบอกตัวตบให้รับมุข หากตัวแสดงยังไม่ทันตั้งตัว นอกจากกนี้ หากหัวหน้าคณะ คิดมุขที่ต่อจากมุขนั้นได้ หรือเป้นการแตกมุขได้ ก็จะบอกให้คนอื่นๆ เล่น โดยส่วนใหญ่จะไม่ให้หัวหน้าเป็นคนเล่นเอง เพื่อให้มุขนั้นกระจายไปที่คนอื่นๆ ดังนั้น หัวหน้าที่ดี จะต้องคอยส่งสัญญาณต่างๆ ให้คนเล่นคนอื่นได้ฝึก และได้แสดงด้วย
นอกจากนี้ ยังต้องคอยแก้สถาณะการณ์ต่างๆ ที่เกิดเฉพาะหน้า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องมุขแป๊ก หรือคนเล่นที่เป็นตัวประคองทำอะไรไม่ถูก ก็จะส่งสัญญาณว่าจะต้องแก้สถานการณ์อย่างไร แล้วยังต้องเป็นตัวตบมุขนั้น ของตัวประคองเอง เพื่อให้มุขนั้นไม่ฟืด หัวหน้ายังอาจจะต้องเป็นคนดู คอยวิจารญ์มุขตลกอีกด้วย
ตำแหน่งหัวหน้านี้เป็นตำแหน่งที่สำคัญมาก แม้ว่าโอกาสจะเจ็บตัวน้อย และคอยว่าและแกล้งลูกน้องได้ แต่ตำแหน่งนี้จะต้องใช้ความรับผิดชอบสูงเพื่อทีมอยู่รอดได้ และหลายๆมุขที่เกิดขึ้น ก็เกิดจากการตัดสินใจของหัวหน้าเองด้วยซ้ำ

ลักษณะของคนเล่นต่างๆ
1. ปกติ โดยส่วนใหญ่ คนดำเนินเรื่องจะมีลักษณธที่เหมือนคนปกติที่สุด เพื่อให้เกิดตัวอย่างของความตลกแก่คนดู พูดง่ายๆคือ ถ้าตัวผู้แสดงตลก ตกใจ หรือว่าเซ็ง ก็เป็นไปได้ที่จะเกิดการชี้นำให้คนดูรู้สึกคล้อยตามได้
2. โหด คนลักษณธนี้อาจจะไม่ต้องแสดงอะไรมาก อาจจะเป็นแค่ตัวประคองเพราะเป็นลักษณะที่คัดกับการเป็นตลก แต่เมื่อมาอยู่ในมุขก็จะทำให้การเป็นเรื่องขัดแย้งซึ่งตลกได้
3. ตัวนิ่ง สำหรับคนที่ไม่ค่อยมีบทบาทในมุข อาจจะเป็นนี้ ซึ่งมีโอกาสจะโดนกลั่นแกล้ง ได้ง่าย
4. หลงตัวเอง บุคลิกแบบนี้ อาจจะเป็นได้ทั้งตัวส่งมุข และตบมุข

ตัวอย่างการเล่นมุข
ตัวดำเนินเรื่อง เริ่มเรื่องจากการที่กล่าวถึงคนดู พูดคุยกับคนดู แล้วโยงเรื่องต่างๆมายังมุข
เช่น ต้องการจะโยงเรื่อง มาที่มุขร้องเพลง อาจจะเริ่มจาก
- การทักทายคนดูแล้วกล่าวถึงนักร้องที่เพิ่มจบไป
- คุยกับคนดูที่เป็นชาวต่างชาติ แล้วเปรียบเทียบคนไทย คนฝรั่ง แล้วกลายเป็น เพลงไทยเพลงฝรั่งได้
- หรืออาจจะทำคึกครื้นกับคนดู ก็เลยจะมอบเพลงให้ฟัง
นอกจากตัวดำเนินเรื่องจะร้องก่อนแล้ว หรือจะเป็นคนส่งมุขเองแล้ว ก็ยังสามารถให้คนเล่นตัวส่งมุข เข้ามาเล่นต่อได้
- เข้ามาบอกว่า เรื่องเพลงของนักร้องคนนี้ต้องให้ผมร้อง
ตัวเล่นส่งมุขอาจจะเล่นมุขต่างๆ แต่ต้องเรียงลำดับต่อไป เรียกว่าตับ เพื่อให้เกิดเป็นมุขต่อๆกัน เช่น
- มุขร้องเพลงผิด อาจจะผิดเนื้อ ผิดทำนอง
- มุขร้องเพลง แล้วจำเนื้อไม่ได้
เมื่อเล่นจบแล้ว ตัวตบมุขต้องเข้ามาย้ำมุขนั้น
- แม้จะเห็นว่าคนดูขำแล้วก็ตาม บางทีอาจจะเรียกว่าขยี้มุข เพื่อให้มุขที่ขำไปแล้วขำมากยิ่งขึ้น
- ถ้ามุขนั้นยังไม่จบมุข ก็จะเป็นตัวถามหรือตอบ เพื่อให้จบได้
- ถ้ามุขนี้ไม่สามารถจบได้ อาจจะต้องออกมาเพื่อ ย้ำให้คนดูเข้าใจ โดยส่วนใหญ่หน้าที่แก้สถานการณ์อย่างนี้อาจจะเป็นตัวหัวหน้าคณะเอง
บางครั้งมุขแต่ละมุข อาจจะต้องใช้ตัวประคอง เข้ามาร่วมด้วย แต่หน้าที่ที่จะทำให้มุขได้ส่งนั้นก็ยังคนเป็นหน้าที่ของคนส่งมุขเอง

วิธีการแก้ปัญหา และจังหวะต่างๆ
1. การปล่อยให้คนดูขำ บางครั้ง การเล่นหน้าบางครั้ง อาจจะเป็นการจับจังหวะให้คนดูได้ขำกัน เพราะว่ามุขบางครั้ง คนดูแต่ละคนจะขำไม่พร้อมกันขึ้นอยู่กับว่าจะเข้าใจมุขหรือไม่ หากมีการปล่อยให้คนดูขำ จะทำให้คนที่ไม่เข้าใจ สามารถเข้าใจและขำได้ทัน
2. การตัดบท หากมีการเล่นมุขแป๊ก จะต้องมีการเปลี่ยนไปเล่นมุขอื่นต่อไป แต่คนดูจะจับได้ว่ามีการผิดพลาดเกิดขึ้น วิธีแก้ปัญหา อาจจะเป็นการยอมรับตรงๆ ซึ่งวิธีการยอมรับแบบต่างๆนี้ จะต้องเป็นวิธีที่คิดว่า สามารถทำฝห้คนดูรู้สึกดีกับการเล่นได้ เช่น การพูดว่าลูกน้องที่เล่นมุขแป๊ก หรือการทำท่าเซ็ง
การทำงง ก็เป็นการแก้ได้ ถ้ามุขนั้นตลก แต่ไม่สามารถสื่อให้คนดูเข้าใจได้ เพราะ จะได้ มีตัวแก้เข้ามาอธิบายให้มุขกระจ่างขึ้น โดยส่วนมากขึ้นเหล่านี้จะสำเร็จเพราะ การปล่อยมุขงง มากกว่าจะสำเร็จเพราะมุขที่ผ่านไปแล้ว
3. การใช้มุขขัดจังหวะ เป็นเหมือนมุขไม้ตายที่ต้องมีเตรียมกันไว้ แต่เป็นมุขที่ไม่ได้มีเรื่องราวเกี่ยวข้องกับสิ่งที่ตัวดำเนินเรื่อง กล่าวถึงเช่น การหกล้ม การออกไปแซวคนดู เป็นต้น มุขเหล่านี้ นอกจากจะทำให้คนดูลืมมุขแป๊ก มุขที่ฝืด หรือมุขที่ไม่สำเร็จ ได้แล้ว ก็ยังทำให้สามารถต่อมุขใหม่ได้ โดยที่ไม่รู้สึกถึงความผิดพลาดนั้น

การช๊อตแบบต่างๆ
1. การสะดุ้ง ใช้เมื่อเป็นการปล่อยมุขที่ต้องมีตัวเข้ามาขัดมุข ซึ่งตัวที่ถูกขัด จะทำท่าตกใจ
2. การสะบัด มีทั้งแบบทีเดียว และสองจังหวะ ใช้สำหรับเวลาที่คนตบมุขแสดงการขัดแย้งกับตัวส่ง โดยที่ตัวส่งต้องรับมุขนั้นก่อนแล้วมารู้สึกทีหลังว่าเข้าใจผิด
3. การเล่นหน้า คือการทำหน้าแสดงต่างๆ เพื่อให้คนดูรู้ว่ามีบางอย่างผิดปกติเกิดขึ้น เช่นการเล่นหน้าคิด การเล่นหน้าตามมุขที่ส่งมา การเล่นหน้าโกรธ

Comment

Comment:

Tweet

big smile open-mounthed smile confused smile sad smile angry smile tongue question embarrassed surprised smile wink double wink cry

ดีจ้า

#2 By พสิกา (49.48.98.172) on 2011-11-21 19:56

Hot! Hot! Hot! Hot!

#1 By Maru-ii on 2011-03-31 11:07